
หนุ่มเมืองคอนพิสูจน์ รักแท้หยอดออมสินแต่งครูสาวชื่นมื่น ฮือฮาวันแต่งหามกระปุกยักษ์มอบเป็นสินสอด พบเหรียญรวมกว่า 1.6 แสนบาท
(11พ.ค.) นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ส.ส.เขต 4 จ.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ตนเอง ได้รับเชิญไปเป็นสักขีพยานในงานแต่งงานของคู่บ่าวสาว โดยฝ่ายเจ้าบ่าวเป็นญาติสนิทมีศักดิ์เป็นน้องชายของตน (ลูกพี่ลูกน้อง..ลูกของอา)คือนายอภิเดช วิชัยกุล อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41 หมู่ 7 ต.เสาเภา อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ส่วนเจ้าสาวคือ น.ส.อัญธิกา ทิพย์มนตรี อายุ 25 ปี ครูสอนโรงเรียนบ้านเปร็ต อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช โดยพิธีมงคลสมรสจัดขึ้นที่บ้านของเจ้าสาวเลขที่ 126/1 หมู่ 5 ต.เสาเภา อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 26 เม.ย.2553 ที่ผ่านมา
สิ่งที่แปลกกว่างานแต่งงานหรือพิธีวิวาห์ทั่วไป ๆ คือในขบวนขันหมากของเจ้าบ่าวได้นำเอากระปุกออกสินยักษ์ ซึ่งทำด้วยกระป๋องน้ำพลาสติกขนาดบรรจุน้ำ 20 ลิตร ภายในใส่เหรียญเงินตั้งแต่มูลค่าเหรียญละ 25 สตางค์ถึงเหรียญละ 10 บาท เต็มกระป๋องไปมอบให้กับเจ้าสาวเป็นค่าสินสอด ซึ่งในขบวนแห่ขันหมากของฝ่ายเจ้าบ่าวไปยังบ้านของเจ้าสาวต้องเดินเท้าเข้าไป หลายร้อยเมตร นายอภิเดช เจ้าบ่าว ได้ใช้ผ้าสีแดงห่อกระป๋องน้ำที่หยอดเหรียญใส่ไว้ข้างในเต็มกระป๋องหนัก ประมาณ 30-40 กิโลกรัม และใช้หวายทำเป็นสาแหรกสอดไม้คานหาม ให้เพื่อนเจ้าบ่าว 2 คน หามไปยังบ้านของเจ้าสาว หลังจากเสร็จสิ้นพิธีมงคลสมรสญาติ ๆ ของฝ่ายเจ้าสาวได้ช่วยกันนับเหรียญที่เทออกมาจากกระป๋องน้ำ ได้จำนวนรวมกว่า 1.6 แสนบาท
นายอภิเดช เจ้าบ่าว เปิดเผยว่า หลังจากที่ตนเรียนจบระดับ ปวช. จาก สถาบันการศึกษาใน จ..สุราษฏร์ธานี ได้กลับมาช่วยครอบครัว ทำการเกษตรจนมีโอกาสได้พบกับ น.ส.อัญธิมา ซึ่งกำลังเรียนระดับมัธยมปลาย ตนและฝ่ายหญิงได้สัญญากันด้วยวาจาว่าหากฝ่ายหญิงเรียนจบก็จะไปสู่ขอแต่งงานด้วย จากนั้นตนได้เริ่มต้นทำธุรกิจน้ำดื่มยี่ห้อ ”แฟมิลี่” ซึ่งเงินที่ได้จากการจำหน่ายน้ำดื่มส่วนใหญ่จะเป็นเหรียญ จึงได้นำเหรียญที่ได้ทั้งหมดซึ่งถือเป็นกำไรมาหยอดใส่กระป๋องน้ำขนาด 20 ลิตร โดยตนทำธุรกิจจำหน่ายน้ำดื่มอยู่นาน 7 ปี ในขณะที่ฝ่ายหญิงเรียนจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หรือ มอ.ปัตตานี และเจ้าสาวเข้าทำงานเป็นครูสอนอยู่ที่โรงเรียนบ้านเปร็ต อ.ขนอม จึงเริ่มปรึกษาถึงเรื่องการแต่งงาน
“ครอบครัวผมรวบรวมเงินให้ผมกว่า 1 แสนบาท เพื่อใช้เป็นสินสอดให้กับทางพ่อแม่ฝ่ายเจ้าสาว แต่ผมก็ปฏิเสธไม่ยอมรับเงินช่วยเหลือ แต่จะขอใช้เงินเหรียญที่หยอดใส่กระป๋องน้ำมาตลอด 7 ปี โดยไม่เคยนับว่ามีจำนวนเท่าไร่และได้ไปมอบให้กับพ่อแม่เจ้าสาวในวันแต่งงาน จนเมื่อมีการนับเงินในกระป๋องน้ำได้มากถึงกว่า 1.6 แสนบาท ผมมั่นใจในตัวเจ้าสาว เพราะตลอดเวลา7 ปีแม้จะสัญญากันด้วยวาจา แต่ก็มั่นคงในคำมั่นสัญญา" นายอภิเดช กล่าว
นางสาวอัญธิกา กล่าวว่า หลังจากที่ให้คำมั่นสัญญาต่อกันเมื่อ 7-8 ปีก่อน ตนพบว่าฝ่ายชายเป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย ขยันทำมาหากิน โดยเมื่อทราบเก็บเงินด้วยการหยอดกระปุกซึ่งทำด้วยกระป๋องน้ำยิ่งทำให้ตนมั่น ใจและรักในผู้ชายคนนี้มากยิ่งขึ้น การที่ฝ่ายชายอายุ 32 ปี มากกว่าตน 7- 8 ปี ยิ่งทำให้มั่นใจในความเป็นผู้ใหญ่ ที่จะเป็นผู้นำครอบครัวที่ดี
ที่มา
http://ithai.jp/?m=pc&a=page_n_inew_detail&target_n_inew_id=4663
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น