ค้นหาบล็อกนี้

12 พฤษภาคม 2553

"คาเมรอน" นั่งนายกฯอังกฤษคนใหม่

เดวิด คาเมรอน เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษ หลังกอร์ดอน บราวน์ยอมลาออก ด้านประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ผู้นำโลกคนแรกที่โทรศัพท์แสดงความยินดีต่อผู้นำคนใหม่ของอังกฤษ

(12พ.ค.) เดวิด คาเมรอน นักการเมืองคนรุ่นใหม่ได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษแล้วเมื่อวานหลังนายกรัฐมนตรีกอร์ดอน บราวน์ ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง ถือเป็นการปิดฉากการปกครองประเทศที่ยาวนาน 13 ปีของพรรคแรงงาน

คาเมรอน ผู้นำพรรคอนุรักษ์นิยมวัย 43 ปีกลายเป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดของอังกฤษในรอบเกือบ 200 ปีแล้ว หลังสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 ได้ทรงรับหนังสือลาออกของนายกรัฐมนตรีกอร์ดอน บราวน์เมื่อเย็นวาน และในอีกเกือบหนึ่งชั่วโมงถัดมาได้ทรงแต่งตั้งให้คาเมรอนเป็นผู้นำรัฐบาลคน ใหม่ ทำให้สิ้นสุดช่วงเวลาแห่งการรอคอยและความสับสนว่าใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี หลังผลการเลือกตั้งในวันพฤหัสบดีที่แล้วไม่มีพรรคใดชนะเด็ดขาดได้เสียงเกิน กว่ากึ่งหนึ่ง ทำให้ทั้งพรรคอนุรักษ์นิยมและพรรคแรงงานต่างชิงชัยกันเจรจาดึงพรรคเสรี ประชาธิปไตยของนายนิค เคลก เพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสม

คาเมรอน กล่าวครั้งแรกในฐานะนายกรัฐมนตรีที่หน้าบ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิ่งซึ่งเป็นทำเนียบรัฐบาลและบ้านพักประจำตำแหน่ง โดยให้สัญญาว่าเขาจะสร้างสังคมที่ผู้คนจะไม่แค่ถามว่าฉันมีตำแหน่งอะไร แต่จะถามว่าฉันมีหน้าที่รับผิดชอบอะไร และจะไม่ถามว่า มีอะไรบ้างที่ฉันควรได้รับ แต่จะถามว่าฉันจะให้อะไรได้บ้าง ซึ่งเป็นการสะท้อนคำพูดอมตะของอดีตประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคนเนดี้ของสหรัฐที่ปลุกเร้าจิตสำนึกต่อหน้าที่ในฐานะพลเมืองของคนอเมริกัน ว่า จงอย่าถามว่าประเทศชาติจะให้อะไรแก่ท่าน แต่จงถามตนเองว่าท่านจะทำอะไรให้ประเทศชาติบ้าง

ก่อนหน้านั้นบราวน์ วัย 59 ปี ได้แถลงลาออกจากตำแหน่งที่หน้าบ้านเลขที่ 10 และบอกว่า การลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคแรงงานที่เขาได้ประกาศไว้ว่าจะมีผลในเดือน กันยายน ก็จะมีผลในทันที เขาบอกด้วยว่าตัวเองรักงานที่ทำไม่ใช่เพียงเพราะเป็นงานที่มีเกียรติ และเขาจะกลับไปทำงานแรกในชีวิต คือ การเป็นสามีและพ่อ หลังจากนั้นเขาได้ขับรถพาภรรยาและลูกชายเล็กๆสองคนไปยังพระราชวังบักกิ้งแฮม เพื่อยื่นหนังสือลาออกต่อสมเด็จพระราชินี

ส่วนโฉมหน้าคณะรัฐมนตรีใหม่ตามข้อตกลงระหว่างพรรคอนุรักษ์นิยมและพรรค เสรีประชาธิปไตยนั้น นายเคลก จะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และพรรคเสรีประชาธิปไตยจะได้เก้าอี้รัฐมนตรีอีก 4 ที่นั่ง ส่วนในฝั่งคณะรัฐมนตรีของคาเมรอนนั้น นายวิลเลียม เฮก อดีตผู้นำพรรคอนุรักษ์นิยมจะได้เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ส่วนนายจอร์จ ออสบอร์น ส.ส.ระดับอาวุโสจะเป็นรัฐมนตรีคลังและนายเลียม ฟอกซ์ ส.ส.จะเป็นเป็นรัฐมนตรีกลาโหม ส่วนตำแหน่งอื่นๆยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

ด้านประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ของสหรัฐ เป็นผู้นำโลกคนแรกที่ต่อโทรศัพท์แสดงความยินดีต่อนายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษ พร้อมกับเชิญให้ไปเยือนกรุงวอชิงตัน ในเดือนกรกฎาคมนี้ โดยประธานาธิบดีโอบาม่า ได้โทรศัพท์ถึงผู้นำคนล่าสุดของชาติพันธมิตรของสหรัฐ เมื่อวันอังคาร หรือเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนายคาเมรอน วัย 43 ปี ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้นำที่หนุ่มที่สุดของอังกฤษ ในรอบเกือบ 200 ปี หลังจากการลาออกของนายกอร์ดอน บราวน์ และเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธ ที่ 2 เพื่อรับพระราชทานแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ

ทำเนียบขาวของ สหรัฐ และทำเนียบนายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ระบุว่า ผู้นำทั้งสองได้หารือกันถึงประเด็นอิหร่านและอัฟกานิสถาน โดยที่ประธานาธิบดีโอบาม่าเป็นฝ่ายโทรศัพท์จากห้องทำงานรูปไข่ และบอกว่าสหรัฐไม่มีเพื่อนและพันธมิตรที่ใกล้ชิดไปกว่าสหราชอาณา จักรอีกแล้ว และตั้งตารอที่จะพบกับนายคาเมรอน ในการประชุมสุดยอด จี 8 และ จี 20 ในเดือนมิถุนายน เขายังเชิญให้นายคาเมรอนและนางซาแมนธ่า ภรรยา ไปเยือนสหรัฐ ในเดือนกรกฎาคมอีกด้วย

ประธานาธิบดีโอบาม่า ยังได้กล่าวขอบคุณนายบราวน์ สำหรับมิตรภาพและการทำงานในฐานะผู้นำพรรครัฐบาลแรงงานที่ได้อำลาตำแหน่งไป เขาบอกว่า บราวน์เป็นผู้นำที่แข็งแกร่งในช่วงเวลาอันท้าทาย และเขาสำนึกในความเป็นพันธมิตรของบราวน์

พรรคอนุรักษ์นิยมของนายคาเมรอน ได้ที่นั่งมากที่สุดในสภาผู้แทนราษฎร แต่ก็ไม่มากพอที่จะตั้งรัฐบาลพรรคเดียว หลังการเลือกตั้งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และเขาได้เจรจากับพรรคเสรีประชาธิปไตยเพื่อร่วมกันตั้งรัฐบาลผสม

ทำเนียบ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ระบุด้วยว่า นายคาเมรอน ได้รับโทรศัพท์แสดงความยินดีจากนายกรัฐมนตรี แองเจล่า แมร์เคล ของเยอรมนีด้วย และยังได้เชิญเขาไปเยือนกรุงเบอร์ลิน โดยเร็วที่สุดถ้ามีโอกาส ทั้งยังหารือกันถึงประเด็นเศรษฐกิจโลก และประเด็นยุโรปด้วย ส่วนผู้นำคนอื่น ๆ ที่ทะยอยโทรศัพท์แสดงความยินดี ได้รวมถึง นายกรัฐมนตรีสตีเฟ่น ฮาร์เปอร์ ของแคนาดา นายกรัฐมนตรีเควิน รัดด์ ของออสเตรเลีย ส่วนนายกรัฐมนตรีจอห์น คีย์ ของนิวซีแลนด์ ได้ใช้วิธีส่งสารแสดงความยินดี

ที่มา
http://ithai.jp/?m=pc&a=page_n_inew_detail&target_n_inew_id=4665

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น